FCL กับ LCL ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนถึงคุ้มกว่า

· อ่าน 6 นาที

FCL กับ LCL ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนถึงคุ้มกว่า

หลายคนคิดว่าของน้อยต้องส่ง LCL เสมอ แต่พอของเกิน 13-15 ลูกบาศก์เมตร การเหมาตู้มักถูกกว่าและถึงเร็วกว่า

สรุปสั้น

  • FCL คิดราคาต่อตู้ ส่วน LCL คิดตามปริมาตรหรือน้ำหนัก แล้วแต่ว่าอย่างไหนมากกว่า
  • LCL มีค่า CFS ทั้งต้นทางและปลายทาง ซึ่งไม่มีใน FCL
  • LCL ใช้เวลานานกว่า 5-10 วัน เพราะต้องรอรวมตู้และแยกตู้
  • จุดคุ้มทุนมักอยู่ราว 13-15 ลบ.ม. แต่ขึ้นกับเส้นทางและราคาช่วงนั้น
  • ของเปราะหรือของมีมูลค่าสูง FCL ปลอดภัยกว่าเพราะไม่มีใครมาเปิดตู้ระหว่างทาง

เมื่อส่งสินค้าทางทะเล มีสองทางเลือกหลัก คือเหมาทั้งตู้ (FCL — Full Container Load) หรือแชร์ตู้กับผู้ส่งรายอื่น (LCL — Less than Container Load) การเลือกผิดทำให้จ่ายแพงเกินจำเป็น หรือได้ของช้ากว่าที่ควร

ต่างกันตรงไหนบ้าง

หัวข้อFCL (เต็มตู้)LCL (ไม่เต็มตู้)
วิธีคิดราคาต่อตู้ ไม่ว่าจะใส่เต็มหรือไม่ต่อ ลบ.ม. หรือต่อตัน แล้วแต่ว่าอย่างไหนมากกว่า
ค่า CFSไม่มีมีทั้งต้นทางและปลายทาง
ระยะเวลาเร็วกว่าบวกเพิ่มราว 5-10 วัน
ความเสี่ยงเสียหายต่ำ ตู้ปิดผนึกตั้งแต่ต้นทางสูงกว่า มีการขนถ่ายหลายครั้ง
ความยืดหยุ่นวันส่งกำหนดเองได้ต้องรอรอบรวมตู้

LCL คิดราคาอย่างไร

LCL ใช้หลัก revenue ton หรือ W/M (Weight or Measurement) คือเทียบระหว่างน้ำหนักเป็นตันกับปริมาตรเป็นลูกบาศก์เมตร แล้วคิดจากตัวที่มากกว่า

  • สินค้า 2 ลบ.ม. หนัก 800 กก. → คิด 2 หน่วย (ปริมาตรมากกว่า)
  • สินค้า 1 ลบ.ม. หนัก 1,800 กก. → คิด 1.8 หน่วย (น้ำหนักมากกว่า)

สินค้าหนักแน่นอย่างเหล็กหรือกระเบื้องจึงมักถูกคิดตามน้ำหนัก ส่วนของเบาแต่ใหญ่อย่างโฟมหรือเฟอร์นิเจอร์ถูกคิดตามปริมาตร

ความจุตู้โดยประมาณ

ขนาดตู้ปริมาตรใช้งานจริงน้ำหนักบรรทุกโดยทั่วไป
20 ฟุตประมาณ 25-28 ลบ.ม.ประมาณ 21-22 ตัน
40 ฟุตประมาณ 55-58 ลบ.ม.ประมาณ 26-27 ตัน
40 ฟุต High Cubeประมาณ 65-68 ลบ.ม.ประมาณ 26-27 ตัน

ตัวเลขนี้เป็นปริมาตรที่วางของได้จริงหลังหักพื้นที่สูญเสียจากการวางพาเลท ไม่ใช่ปริมาตรตามสเปกตู้

จุดคุ้มทุนอยู่ตรงไหน

ตามประสบการณ์ทั่วไป เมื่อสินค้าเกิน ประมาณ 13-15 ลบ.ม. ค่า LCL รวมค่า CFS มักจะใกล้เคียงหรือแพงกว่าการเหมาตู้ 20 ฟุต ทั้งที่ได้ของช้ากว่าและเสี่ยงกว่า

ตัวเลขนี้เป็นเพียงกรอบคร่าวๆ ค่าระวางทางทะเลผันผวนตามฤดูกาลและเส้นทาง บางช่วงที่ค่าระวางตู้ถูกมาก จุดคุ้มทุนอาจลงมาเหลือ 8-10 ลบ.ม. ควรขอเทียบราคาทั้งสองแบบทุกครั้งก่อนตัดสินใจ

เมื่อไหร่ควรเลือก FCL แม้ของไม่เต็มตู้

  • สินค้าเปราะหรือมีมูลค่าสูง — ตู้ปิดผนึกตั้งแต่โรงงาน ไม่มีการเปิดระหว่างทาง
  • สินค้าที่มีกลิ่นหรือดูดกลิ่นง่าย — เช่น อาหาร ใบชา ถ้าแชร์ตู้กับสารเคมีอาจเสียหายทั้งล็อต
  • มีกำหนดส่งที่แน่นอน — LCL ต้องรอรอบรวมตู้ ควบคุมวันไม่ได้
  • สินค้าต้องการเอกสารแยกชัดเจน — ลดความยุ่งยากตอนตรวจปล่อย

ค่าใช้จ่ายที่มักถูกลืมใน LCL

ราคาที่เห็นตอนเสนอมักเป็นแค่ค่าระวาง ของจริงยังมีค่า CFS ต้นทาง ค่า CFS ปลายทาง ค่า D/O ค่าเอกสาร และค่ายกของที่โกดังแยกตู้ รวมแล้วอาจเพิ่มอีก 20-40% จากราคาที่เห็นตอนแรก เวลาเทียบราคาควรขอเป็น ราคารวมทุกค่าใช้จ่ายจนถึงมือ ไม่ใช่เทียบเฉพาะค่าระวาง

#FCL #LCL #ขนส่งทางทะเล #นำเข้า #ตู้คอนเทนเนอร์ #โลจิสติกส์

คลังความรู้

บทความที่เกี่ยวข้อง