ของต้องห้าม ของต้องกำกัด และใบอนุญาตนำเข้า: ต้องเช็กอะไรก่อนสั่งของ

· อ่าน 7 นาที

ของต้องห้าม ของต้องกำกัด และใบอนุญาตนำเข้า: ต้องเช็กอะไรก่อนสั่งของ

ของบางอย่างดูธรรมดามากจนไม่มีใครคิดว่าต้องขออนุญาต แต่พอมาถึงท่าแล้วออกไม่ได้ และส่งกลับก็ไม่คุ้ม

สรุปสั้น

  • ของต้องห้ามคือนำเข้าไม่ได้เลย ของต้องกำกัดคือนำเข้าได้ถ้ามีใบอนุญาต
  • ใบอนุญาตออกโดยหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ไม่ใช่กรมศุลกากร
  • พิกัดศุลกากรเป็นตัวชี้ว่าสินค้านั้นเข้าข่ายควบคุมหรือไม่
  • ต้องมีใบอนุญาตก่อนของมาถึง การขอย้อนหลังมักทำไม่ได้
  • ตรวจตั้งแต่ก่อนโอนเงินค่าสินค้า ไม่ใช่ตอนเรือใกล้ถึง

คำถามที่ควรถามก่อนสั่งของจากต่างประเทศไม่ใช่ "เสียภาษีเท่าไร" แต่คือ "ของนี้นำเข้าได้ไหม และต้องขออนุญาตอะไรหรือเปล่า" เพราะภาษีจ่ายแล้วจบ แต่ของที่นำเข้าไม่ได้คือเงินที่จมไปทั้งก้อน

สองคำที่ต้องแยกให้ออก

ของต้องห้ามของต้องกำกัด
นำเข้าได้ไหมไม่ได้เลยได้ ถ้ามีใบอนุญาต
ตัวอย่างกลุ่มสินค้ายาเสพติด สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ สื่อลามก ของปลอมเครื่องหมายการค้าอาหาร ยา เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์วิทยุสื่อสาร พืชและสัตว์ สินค้าที่มีมาตรฐานบังคับ
ถ้าไม่ทำตามยึดและดำเนินคดีของค้างท่า ส่งกลับ หรือถูกทำลาย พร้อมค่าปรับ

รายการที่แน่นอนว่าสินค้าใดอยู่กลุ่มไหนเป็นไปตามกฎหมายและประกาศที่ใช้บังคับอยู่ และมีการปรับปรุงเป็นระยะ บทความนี้อธิบายหลักการ ไม่ใช่รายการอ้างอิง

ใบอนุญาตไม่ได้ออกโดยกรมศุลกากร

จุดที่เข้าใจผิดกันมากที่สุด กรมศุลกากรเป็นผู้ ตรวจ ว่ามีใบอนุญาตครบหรือไม่ แต่คนออกใบอนุญาตคือหน่วยงานที่ดูแลสินค้านั้นโดยตรง

  • อาหาร ยา เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ — สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
  • สินค้าที่มีมาตรฐานบังคับ — สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
  • อุปกรณ์วิทยุและโทรคมนาคม — หน่วยงานกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม
  • พืช เมล็ดพันธุ์ และผลิตผลทางการเกษตร — กรมวิชาการเกษตร
  • สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ — กรมปศุสัตว์
  • วัตถุอันตราย — หน่วยงานเจ้าของเรื่องตามประเภทของวัตถุนั้น

หลายรายการต้องขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ก่อน แล้วจึงขอใบอนุญาตนำเข้าได้ ขั้นตอนขึ้นทะเบียนใช้เวลานานกว่าที่คนส่วนใหญ่คาดไว้มาก

พิกัดศุลกากรคือกุญแจของการตรวจสอบ

วิธีตรวจว่าสินค้าเข้าข่ายควบคุมหรือไม่ เริ่มจากหาพิกัดศุลกากรของสินค้านั้นก่อน เพราะประกาศควบคุมอ้างอิงพิกัดเป็นหลัก ไม่ได้อ้างอิงชื่อทางการค้า

สินค้าสองอย่างที่ดูคล้ายกันอาจอยู่คนละพิกัดและมีเงื่อนไขต่างกันสิ้นเชิง เช่น เครื่องมือที่ใช้ในบ้านกับรุ่นที่ใช้ทางการแพทย์ หรืออุปกรณ์ที่มีโมดูลสื่อสารไร้สายอยู่ข้างในกับรุ่นที่ไม่มี

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มี Wi-Fi หรือ Bluetooth อยู่ข้างใน มักเข้าข่ายต้องขออนุญาตด้านโทรคมนาคม แม้ตัวสินค้าจะไม่ได้ขายเป็นอุปกรณ์สื่อสารก็ตาม จุดนี้พลาดกันบ่อยมาก

ลำดับที่ควรทำก่อนจ่ายเงิน

  1. ขอสเปกและรายละเอียดวัสดุจากผู้ขายเป็นลายลักษณ์อักษร
  2. หาพิกัดศุลกากรที่น่าจะใช่ และให้ตัวแทนออกของช่วยยืนยัน
  3. ตรวจว่าพิกัดนั้นอยู่ในประกาศควบคุมของหน่วยงานใดหรือไม่
  4. ถ้าต้องขออนุญาต สอบถามหน่วยงานถึงเอกสารที่ต้องใช้และระยะเวลา
  5. เผื่อเวลาขึ้นทะเบียนหรือทดสอบตัวอย่าง ถ้ามีขั้นตอนนั้น
  6. จ่ายเงินและกำหนดวันส่งของ หลังจาก รู้แล้วว่าใบอนุญาตจะทันหรือไม่

สามสถานการณ์ที่พบบ่อย

สั่งตัวอย่างมาทดสอบตลาด

ตัวอย่างไม่ได้รับยกเว้นจากการควบคุมโดยอัตโนมัติ สินค้ากลุ่มควบคุมต้องมีใบอนุญาตแม้จะนำเข้าชิ้นเดียว

ซื้อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างประเทศ

ผู้ขายบนแพลตฟอร์มมักไม่รู้และไม่รับผิดชอบกฎการนำเข้าของไทย ความรับผิดชอบอยู่ที่ผู้นำเข้าเสมอ

เครื่องจักรมือสอง

เครื่องจักรใช้แล้วบางประเภทมีเงื่อนไขเพิ่มเติม และบางรายการต้องผ่านการตรวจสอบสภาพก่อน ควรถามให้ชัดก่อนตกลงซื้อ

ถ้าของมาถึงแล้วแต่ไม่มีใบอนุญาต

ทางเลือกมีจำกัดและทุกทางมีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่ขออนุญาตย้อนหลังซึ่งหลายกรณีทำไม่ได้ ส่งกลับต้นทาง หรือทำลาย ระหว่างนั้นค่าปรับตู้และค่าฝากเก็บเดินทุกวัน

นี่คือเหตุผลเดียวที่ทำให้การตรวจสอบก่อนสั่งซื้อคุ้มเสมอ แม้จะดูเสียเวลาในตอนแรก

รายการสินค้าควบคุม หน่วยงานที่รับผิดชอบ และเงื่อนไขการขออนุญาต เปลี่ยนแปลงตามประกาศที่ออกใหม่ ก่อนตัดสินใจนำเข้าจริงควรตรวจสอบกับหน่วยงานเจ้าของเรื่องหรือปรึกษาตัวแทนออกของ

#ของต้องห้าม #ของต้องกำกัด #ใบอนุญาตนำเข้า #กฎระเบียบ #อย #มอก #กรมศุลกากร

คลังความรู้

บทความที่เกี่ยวข้อง