ของต้องห้าม ของต้องกำกัด และใบอนุญาตนำเข้า: ต้องเช็กอะไรก่อนสั่งของ
ความต่างระหว่างของที่นำเข้าไม่ได้เลยกับของที่นำเข้าได้ถ้ามีใบอนุญาต พร้อมวิธีตรวจก่อนจ่ายเงินให้ผู้ขาย
· อ่าน 8 นาที
ผู้นำเข้าส่วนใหญ่รู้ว่าต้อง "เคลียร์ของ" แต่ไม่รู้ว่าระหว่างนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง พอของค้างจึงไม่รู้ว่าติดตรงไหนและต้องเร่งใคร
การนำเข้าทางทะเลหนึ่งชิปเมนต์ผ่านมือหลายฝ่าย ทั้งผู้ขายต้นทาง สายเรือ ท่าเรือ กรมศุลกากร หน่วยงานที่ออกใบอนุญาต และตัวแทนออกของ ถ้าไม่เห็นภาพรวมว่าใครทำอะไรตอนไหน เวลาของค้างจะไม่รู้ว่าต้องเร่งใคร บทความนี้ไล่ให้เห็นทั้งเส้นทาง
| ขั้น | เกิดอะไรขึ้น | ใครรับผิดชอบ |
|---|---|---|
| 1 | ผู้ขายส่งของขึ้นเรือ ออกเอกสารชุดหลัก | ผู้ขาย / ตัวแทนต้นทาง |
| 2 | สายเรือแจ้งกำหนดเรือเข้า และส่งใบแจ้งของถึง (Arrival Notice) | สายเรือ |
| 3 | ชำระค่าระวางและค่าใช้จ่ายปลายทาง แลกใบตราส่งเป็นใบปล่อยสินค้า | ผู้นำเข้า |
| 4 | จัดทำและยื่นใบขนสินค้าขาเข้าทางอิเล็กทรอนิกส์ | ตัวแทนออกของ |
| 5 | ชำระอากรและภาษี ระบบจัดช่องตรวจ | ผู้นำเข้า / กรมศุลกากร |
| 6 | ตรวจปล่อยที่ท่า แล้วลากตู้หรือรับของออก | ตัวแทนออกของ / ผู้ขนส่ง |
ชุดเอกสารพื้นฐานคือ ใบกำกับราคาสินค้า (Commercial Invoice) ใบรายการบรรจุหีบห่อ (Packing List) ใบตราส่ง (Bill of Lading) และถ้าใช้สิทธิลดอากรตามความตกลงการค้าเสรี ต้องมีหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วย
สินค้าบางประเภทต้องมีใบอนุญาตจากหน่วยงานเจ้าของเรื่องก่อน เช่น อาหารและเครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์สื่อสาร หรือสินค้าที่ต้องได้มาตรฐานบังคับ ใบอนุญาตเหล่านี้ขอไม่ทันข้ามคืน ต้องเริ่มตั้งแต่ก่อนสั่งซื้อ ไม่ใช่ตอนของมาถึงแล้ว
ขอชุดเอกสารร่างจากผู้ขายตั้งแต่ก่อนเรือออก แล้วให้ตัวแทนออกของตรวจก่อน การแก้ใบตราส่งหลังเรือออกทำได้ยากและมีค่าใช้จ่าย
ใบตราส่งเป็นหลักฐานกรรมสิทธิ์ สายเรือจะไม่ปล่อยของจนกว่าจะได้รับคืนและเก็บค่าใช้จ่ายปลายทางครบ เมื่อเรียบร้อยสายเรือจะออกใบปล่อยสินค้า (Delivery Order) ให้
ถ้าผู้ขายส่งใบตราส่งต้นฉบับมาทางไปรษณีย์แล้วเอกสารมาช้ากว่าเรือ ของจะค้างทั้งที่ทุกอย่างพร้อม วิธีเลี่ยงคือตกลงกับผู้ขายให้ใช้ระบบปล่อยสินค้าแบบไม่ต้องใช้ต้นฉบับ (Telex Release หรือ Surrender B/L) ตั้งแต่ตอนทำสัญญา
ปัจจุบันการยื่นใบขนสินค้ากับกรมศุลกากรทำผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูลที่ต้องกรอกคือพิกัดศุลกากรของสินค้า ราคาศุลกากร สิทธิพิเศษทางภาษีที่ขอใช้ และข้อมูลการขนส่ง
สองจุดที่ผิดแล้วแพง คือ พิกัดศุลกากร และ ราคาศุลกากร พิกัดผิดทำให้อัตราอากรผิดและอาจพลาดสิทธิ FTA ส่วนราคาที่สำแดงต่ำกว่าที่ควรจะถูกประเมินใหม่พร้อมเบี้ยปรับ
หลังยื่นใบขนและชำระค่าภาษีอากร ระบบจะจัดช่องตรวจตามเกณฑ์ความเสี่ยง
ผู้นำเข้าเลือกช่องเองไม่ได้ แต่ลดโอกาสเจอช่องแดงได้ด้วยการสำแดงให้ตรงกับของจริงอย่างสม่ำเสมอ ประวัติการสำแดงที่สะอาดมีผลต่อการประเมินความเสี่ยงในระยะยาว
เมื่อผ่านการตรวจปล่อยแล้ว จึงลากตู้หรือรับของออกได้ ขั้นนี้ต้องนัดรถล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงใกล้วันหยุดยาวที่คิวรถแน่น
| สาเหตุ | ป้องกันอย่างไร |
|---|---|
| ใบตราส่งต้นฉบับมาไม่ทัน | ตกลงใช้ Telex Release ตั้งแต่ทำสัญญา |
| ใบอนุญาตยังไม่ออก | เริ่มขอก่อนสั่งซื้อ ไม่ใช่ก่อนเรือถึง |
| หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดผิดรูปแบบ | ส่งไฟล์ร่างให้ตรวจก่อนผู้ขายออกตัวจริง |
| รายละเอียดสินค้าไม่ตรงกันระหว่างเอกสาร | ตรวจชื่อสินค้า จำนวน น้ำหนัก ให้ตรงกันทุกฉบับ |
| ยังไม่ได้ชำระค่าใช้จ่ายปลายทาง | ขอใบแจ้งหนี้ล่วงหน้าตั้งแต่ได้ Arrival Notice |
ตัวนับระยะเวลาใช้ตู้ฟรีเริ่มเดินตั้งแต่ของลงจากเรือ ไม่ได้รอให้เอกสารของเราพร้อม ดังนั้นทุกวันที่เสียไปกับการตามเอกสาร คือวันที่กินโควตาฟรีไปแล้ว ถ้าหมดโควตาจะมีค่าปรับรายวันตามมา
ขั้นตอน ระยะเวลา และเงื่อนไขเอกสารเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศของกรมศุลกากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับชิปเมนต์จริงควรยืนยันกับตัวแทนออกของก่อนทุกครั้ง
#พิธีการศุลกากร #นำเข้า #ใบขนสินค้า #ตรวจปล่อย #ชิปปิ้ง #กรมศุลกากร
ความต่างระหว่างของที่นำเข้าไม่ได้เลยกับของที่นำเข้าได้ถ้ามีใบอนุญาต พร้อมวิธีตรวจก่อนจ่ายเงินให้ผู้ขาย
ค่าปรับสองตัวที่ผู้นำเข้าจ่ายบ่อยที่สุดโดยไม่รู้ตัว อธิบายว่าต่างกันตรงไหน ใครเก็บ และวางแผนอย่างไรให้ไม่ต้องจ่าย
ไล่เอกสารหลักทีละฉบับว่าใครออก ใช้ทำอะไร และรายละเอียดจุดไหนที่พลาดบ่อยจนเสียเวลาและเสียเงิน